ความรัก

posted on 19 Nov 2008 12:17 by sukanya155
วันนี้...เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
...แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
... สักวันเราจะรู้ว่า... สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้.
..เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่...ทั้งหมดของชีวิตเรา
วันหนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ...ปรารถนา...ต้องการ...ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก..
เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
...ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด
อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง...
คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก
ความผูกพัน...ก็เหมือนกับความรัก...
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ว่า... ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ
...เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น
ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ...
ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่า...แก้วใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...
ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ผิด ถ้าเราค่อยๆปรับใจ...ปรับตัวของเราเอง...ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะอย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน...
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส...ได้รัก นั่นเอง
ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณเศร้า...เหงา...คิดถึงเค้า...อยากเจอ...อยากพูดคุย ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ ...คือ...ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว
ถ้าคุณเมามาย...เค้าลูบหลังไหล่...ดูแล ...คือ...ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย...เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย ...คือ...ความใคร่จากเค้าของคุณ
ถ้าคุณเข้าหา...แต่เค้าหนี... ...คือ...ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี...แต่เขาวิ่งตามมา... ...คือ...ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้...ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ ...คุณคือ...คนโง่...และบ้า อย่างน่าอาย
แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก...และมอบความรักให้กับเค้า
แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้...ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่...เสน่หา
เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป

การรอคอย

posted on 19 Nov 2008 09:04 by sukanya155
การที่เราคิดถึงใครสักคน ดีนะ! หากเราคิดถึงเค้าแล้วมีความสุข
แต่ การรอคอย นี่สิ!
รอเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที ..คนรัก ( ช่างอยู่ไกลเหลือเกิน )
เคยมั้ย? แอบรักใครคนหนึ่ง โดยที่เค้าไม่เคยรู้เลย ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นใคร
แล้วเคยอยากให้เค้ารู้มั้ย ฝืนทนเก็บไว้อยู่เพียงคนเดียวหรือเปล่า
เคยมีคนบอกว่า .........................,
ถ้าได้รักใคร จะดีกว่ามั้ย ที่ บอกความรู้สึกให้เค้าคนนั้นได้รู้
ก่อน ที่อะไรๆ จะสายไป
ก่อน ที่จะไม่มีเค้าให้เราได้บอกว่า....... รัก
ก่อน ที่เราจะไม่มีโอกาสได้พบเค้าอีกเลย
ก่อนที่วันนั้น วันที่เราไม่อาจมองเห็นใคร ไม่อาจพูดบอกกับใคร ว่า .. รักเค้า
แต่หากวันนั้น วันที่เราได้เอ่ยปากบอกเค้าไปว่า .. รัก
เค้าจะรู้สึกยังไง?
อาจจะเกลียดเราเลยก็ได้ หรือเฉยๆ
ถ้าเค้ามีแฟนแล้ว ล่ะ ยิ่งไปกันใหญ่
นี่ล่ะ! สิ่งสำคัญ ที่บางครั้งรักมาก อยากจะบอกให้รู้
แต่ไม่อาจที่จะพูดมันออกไป เพราะ เราอาจไปทำให้ใครบางคนที่สำคัญสำหรับเค้า... เปลี่ยนไป
เห็นใจเค้าเถอะ ในเมื่อเค้ารักกันขนาดนั้น
แต่ก็แอบหวัง เพียงว่า..
จะมีสักวัน..
ที่เธอ.. ให้ฉันเป็นคนสุดท้าย

วิธีการรับส่งข้อมูล

posted on 18 Nov 2008 19:17 by sukanya155

บทที่ 7วิธีการส่งรับข้อมูล

7.1 สัญญาณ (Signal)

เนื่องจากอุปกรณ์ที่จะทำการสื่อสารข้อมูลกันเป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้า ลักษณะของข้อมูลจะต้องเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าด้วย โดยสัญญาณทางไฟฟ้ามีอยู่สองรูปแบบคือ สัญญาณแบบอนาลอก (Analog) และสัญญาณแบบดิจิตอล (Digital)

·       สัญญาณอนาลอก คือ สัญญาณที่มีความต่อเนื่องกันตลอดเวลา

·       สัญญาณดิจิตอล คือ สัญญาณที่มีไม่ต่อเนื่อง

7.2 รหัสแทนข้อมูล (Data Code)               

การเก็บข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์นั้นจะถูกเก็บอยู่ในรูปของเลขฐานสอง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข หรือตัวอักขระ ข้อมูลต่าง ๆ จะเก็บอยู่ในรูปเลขฐานสองที่แทนด้วยค่า “0” และค่า “1”  เรียกว่า รหัสแทนข้อมูล นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่-  รหัสแอสกี (ASCII Code) เป็นการนำเลขฐานสองจำนวน 7 บิต มาแทนตัวอักขระจำนวนหนึ่ง-  รหัสเอ็บซีดิก (EBCDIC Code) คิดต้นโดยบริษัท IBM จะใช้เลขฐานสองจำนวน 8 บิต-  รหัสยูนิโค้ด (UNICODE) เป็นรหัสแบบเก่า แทนตัวอักขระได้น้อย

7.3 การส่งข้อมูล (Data transmission)               

คือการขนส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งการส่งข้อมูล ถ้าจะนับตั้งแต่อดีตก็มีมาตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลด้วยม้าเร็ว รวมไปถึงรหัสสัญญาณในปัจจุบัน เช่น รหัสมอร์ส (Morse Code) หรือการส่งข้อมูลผ่านสายโลหะทองแดง               

ในคอมพิวเตอร์การส่งข้อมูล หมายถึง การส่งชุดข้อมูลเป็นแบบบิต (bit) ที่มีตัวเลข 0 กับ 1 หรือเป็นแบบไบต์ (byte) ที่เป็นตัวอักษร โดย 8 บิตมีค่าเป็น 1 ไบต์               

มื่อมีการส่งข้อมูลออกไป ข้อมูลจากผู้ส่งเมื่อผู้ส่งไปถึงผู้รับ สัญญาณที่ผู้รับได้รับไม่เหมือนกันสัญญาณที่ผู้ส่งได้ส่งออกไป เกิดจากการลดทอนในสายตัวนำ               

 ถ้าหากส่งข้อมูลผ่านสายทองแดง ซึ่งมีความต้านทานภายใน ทำให้สัญญาณถูกลดทอนลงตามความยาวของตัวนำ  ถ้าหากสัญญาณปลายทางต่ำเกินไป เราสามารถขยายสัญญาณได้โดยการใช้วงจรขยายสัญญาณ สำหรับการส่งสัญญาณผ่านเส้นใยแก้วก็มีการลดทอนของสัญญาณเช่นกัน สำหรับการส่งสัญญาณแบบอนาลอกวงจรที่ใช่ขยายสัญญาณ เรียกว่า แอมปลิไฟเออร์ สำหรับระบบดิจิตอลจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า รีพีเตอร์ 

7.4 ลักษณะการส่งข้อมูล  เราสามารถแบ่งการส่งข้อมูลออกตามลักษณะการส่งข้อมูลได้ 2 แบบคือ

·       การส่งข้อมูลแบบอนุกรม เป็นการส่งข้อมูลทีละบิต (1 หรือ 0) เรียงกันไปคล้ายขบวนรถไฟ ผ่านสายตัวนำเพียงเส้นเดียว

·       การส่งข้อมูลแบบขนาน เป็นการส่งข้อมูลทีละชุด ผ่านสายตัวนำหลายเส้นในคราวเดียว

7.5 วิธีการส่งข้อมูล เราสามารถแบ่งการส่งข้อมูลออกเป็น 2 วิธี ดังนี้

·       การส่งข้อมูลแบบอซิงโครนัส เป็นการส่งข้อมูลแบบไม่เป็นจังหวะ

·       การส่งข้อมูลแบบซิงโครนัส เป็นการส่งข้อมูลแบบเป็นจังหวะ ตามสัญญาณนาฬิกา

edit @ 18 Nov 2008 19:20:12 by pupu*-*

edit @ 19 Nov 2008 08:54:51 by pupu*-*

เครือข่ายไร้สาย

posted on 14 Nov 2008 11:44 by sukanya155

บทที่ 6 เครือข่ายไร้สาย

เครือข่ายไร้สาย (Wireless)  จะเป็นเครือข่ายที่ใช้สัญญาณวิทยุหรืออาจใช้แสงเป็นตัวนำสัญญาณทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถสื่อสารระหว่างกันได้เช่นเดียวกับสายสัญญาณ

                การรับส่งข้อมูลด้วยบลูทูธ(Bluetooth) ที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ  เกิดขึ้นมากกว่าการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพีดีเอ หรืออุปกรณ์ที่รองรับบลูทูธอีกด้วย\

6.1 จุดเด่นของเครือข่ายไร้สาย

                -  อำนวยความสะดวกในการทำงาน

                -  สะดวกต่อการติดตั้ง

                -  สะดวกต่อการขยายเครือข่าย

                -  ประหยัด

6.2 ข้อด้อยของเครือข่ายไร้สาย

                -  ความปลอดภัย

                -  ระยะทาง

                -  ความน่าเชื่อถือ

                -  ความเร็วการเชื่อมต่อ

6.3 ระบบเครือข่ายแลนไร้สาย (Wireless LAN)

                ระบบเครือข่ายแบบไร้สายที่ได้รับความนิยมก็คือระบบเครือข่ายแลนไร้สาย ที่ใช้มาตรฐานที่กำหนดโดย IEEE ทำให้เรียกระบบแลนไร้สายว่า Wi – Fi เนื่องจากในปัจจุบันการติดตั้งระบบแลนแบบมีสายและแลนแบบไร้สายจะใช้งบประมาณใกล้เคียงกัน มาตรฐานของระบบแลนแบบไร้สายที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือมาตรฐาน IEEE 802.11

                6.3.1 มาตรฐานของระบบแลนไร้สาย มีดังนี้

                                -  IEEE 802.11a : ใช้สัญญาณความถี่ที่ 5 GHz ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ 54 Mbps มีข้อดี คือ สัญญาณรบกวนน้อย แต่มีระยะทางสั้น

                                -  IEEE 802.11b : ใช้สัญญาณความถี่ที่ 2.4 GHz ความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลที่ 11 Mbps มักใช้กับการเชื่อมต่อระหว่าง Access point กับเครื่องคอมพิวเตอร์

-  IEEE 802.11g : ใช้สัญญาณความถี่ที่ 2.4 GHz ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกัน 802.11b แต่มีความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 54 Mbps

-  IEEE 802.119 : เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการทดสอบ มีความเร็วและระยะทางสูงสุดมากกว่าเทคโนโลยี 802.11g

                6.3.2 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย

                ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายนั้นจะต้องมีอุปกรณ์สำหรับรับส่งข้อมูล ถ้าหากมีอุปกรณ์ในเครือข่ายจำนวนน้อยก็สามารถให้อุปกรณ์ที่มีวงจรรับส่งสัญญาณสามารถติดต่อกันได้โดยตรง แต่ถ้าหากเป็นระบบที่ใหญ่ขึ้นจะต้องมีจุดศูนย์กลางสำหรับกระจายสัญญาณ

                สำหรับรูปแบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายจะมี 2 รูปแบบ ดังนี้

-          การเชื่อมต่อเครื่องต่อเครื่อง (peer-to-peer)

-          Infrastructure หรือ Distribution system

6.4 ระบบเครือข่ายไร้สายอื่น ๆ

                สำหรับระบบเครือข่ายไร้สายอื่น ๆ ที่ใช้ในปัจจุบันได้แก่

-          ดาวเทียม

-          โทรศัพท์เคลื่อนที่

-          เทคโนโลยี WiMax

 

 

ความรักภาษามือ

posted on 13 Nov 2008 10:15 by sukanya155

ตั้งแต่แรกเริ่ม ครอบครัวของหญิงสาวก็กีดกั้นไม่ให้หญิงสาวคบกับชายหนุ่ม
บอกว่าบ้านชายหนุ่มไม่มีฐานะเทียบเท่าบ้านเธอ
ถ้าหญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มก็จะต้องทนลำบากทั้งชีวิต
ความกดดันจากทางบ้านทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีเสมอ
และทะเลาะกับชายหนุ่มอยู่เรื่อย
หญิงสาวนั้นรักชายหนุ่มมาก เธอถามชายหนุ่มบ่อยครั้งว่า
"เธอรักฉันมากขนาดไหน?" แต่ชายหนุ่มเป็นคนพูดไม่เก่ง
ทำให้หญิงสาวโกรธเขาหลายครั้ง
บวกกับคำพูดของพ่อแม่เธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น
ชายหนุ่มจึงกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ
เขาก็ทนยอมรับอย่างเงียบๆโดยไม่ว่าหญิงสาวเลยสักคำ

หลังจากนั้น ชายหนุ่มเรียนจบมหาลัยแล้ว
ตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
ก่อนไป เขาเอ่ยปากขอแต่งงานกับหญิงสาว
"ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง ปากไม่หวาน แต่ผมรู้ว่าผมรักคุณมาก
ถ้าคุณตกลงใจยินดี ผมก็จะดูแลปกป้องคุณตลอดชีวิต สำหรับครอบครัวคุณ
ผมจะพยายามทำให้พวกเขายอมรับในตัวผม แต่งงานกับผมเถอะนะ ได้ไหม?"
หญิงสาวตอบตกลงชายหนุ่ม และด้วยความพยายามของชายหนุ่ม
พ่อแม่ของหญิงสาวก็ยอมรับเขา ในที่สุด

ชายหนุ่มและหญิงสาวได้หมั้นกัน
ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเมืองนอกไม่นานนัก
ชายหนุ่มไปเรียนหนังสืออยู่ต่างแดนเพียงลำพัง
ส่วนหญิงสาวก็คงยังอยู่ภายในประเทศ และออกมาทำงานแล้ว
ชายหนุ่มไม่อาจกลับมาเยี่ยมหญิงสาวได้
เพราะเขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด
ส่วนหญิงสาวก็ไม่มีเวลาไปหาชายหนุ่มได้
ทั้งสองจึงได้แต่เพียงติดต่อกันผ่านโทรศัพท์และจดหมาย
แต่ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็คงยังมั่นคงมิได้เปลี่ยนแปลงสักนิด

วันหนึ่ง หญิงสาวออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ
ระหว่างทางที่เดินไปสู่ป้ายรถเมลล์
มีรถคันหนึ่งได้พุ่งตรงเข้าหาเธอ............
เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมา เธอเห็นพ่อแม่อยู่ข้างเตียง
ถึงเพิ่งรู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัส
โชคยังดีที่ว่าไม่ถึงกับชีวิต
หญิงสาวเห็นพ่อแม่เธอร้องไห้โศกเศร้าไม่หยุด
จึงเอ่ยปากคิดจะปลอบโยนพวกเขา แต่เธอได้พบว่า...
เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ
เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้
แต่ก็ทำได้แค่มีเสียงคล้ายเสียงหอบเท่านั้น
หญิงสาวกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว...

 หมอบอกว่าเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ หญิงสาวนอกจากบาดเจ็บที่ขาแล้ว
สมองยังถูกกระทบกระเทือน
เพราะฉะนั้นหญิงสาวจะพูดอะไรไม่ได้อีกเลยชั่วชีวิต
หญิงสาวได้แต่รับฟังคำปลอบโยนของพ่อแม่เธอ
แต่เธอไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย หญิงสาวสิ้นหวังแล้ว...
หญิงสาวได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน...

หลังจากนั้น หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลและพักอยู่ที่บ้าน
ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิม
มีแต่เพียงเสียงโทรศัพท์ในห้องเธอ
กลายเป็นฝันร้ายที่มาทรมานเธอ
แต่ละครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดัง
เป็นเหมือนดังมีดคมทิ่มแทงเข้าไปในใจเธอ
ความทรมานที่เธอต้องทนรับก็ไม่อาจจะบอกให้ชายหนุ่มรู้ได้
เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา
จึงเขียนจดหมายบอกชายหนุ่มว่าเธอไม่อยากจะรอเขาอีกต่อไป
เธอกับเขาจบสิ้นกันแล้ว และเธอก็ส่งแหวนหมั้นกลับไปให้เขาด้วย
หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรได้กับจดหมายและโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่มีมาไม่ขาด
เธอได้แต่น้ำตาไหลรินเต็มหน้าทุกวัน
พ่อของหญิงสาวไม่อาจทนเห็นเธอต้องทนทรมานเช่นนี้อีกต่อไป
จึงตัดสินใจย้ายบ้าน
หวังอยากให้หญิงสาวลืมความทุกข์นั้นและอยู่อย่างมีความสุขมากกว่านี้
เมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้ว หญิงสาวก็ดีขึ้นหน่อย
เธอค่อยๆหัดเรียนใช้ภาษามือแทนคำพูด ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่
เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าให้ลืมชายหนุ่มเสีย 

วันหนึ่ง เพื่อนสนิทของหญิงสาวบอกกับเธอว่า ชายหนุ่มกลับมาแล้ว
และออกตามหาเธอไปทั่ว หญิงสาวขอร้องเพื่อนเธอว่า
อย่าบอกเรื่องของเธอให้ชายหนุ่มรู้ เรียกให้เขาลืมเธอเสีย
หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกเลย

เวลาผ่านไปได้ปีกว่า เพื่อนของหญิงสาวมาบอกกับเธออีกว่า
ชายหนุ่มจะแต่งงานแล้วและขอร้องให้เธอเอาการ์ดแต่งงานมาให้หญิงสาว
หญิงสาวได้รับฟังแล้วก็เศร้าใจมาก เธอเปิดการ์ดนั้นด้วยมือสั่น
แต่กลับเห็นชื่อเธอเองบนการ์ดใบนั้น
เมื่อหญิงสาวกำลังจะถามเพื่อน ชายหนุ่มก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอ
ใช้ภาษามือที่แข็งกระด้างบอกกับหญิงสาวว่า
"ผมใช้เวลาปีกว่าที่ผ่านมา
บังคับให้ตัวเองหัดใช้ภาษามือให้ได้ เพื่อที่จะบอกกับคุณว่า
ผมไม่เคยได้ลืมสัญญาระหว่างเราสองคนเลย
โปรดให้โอกาสผมได้เป็นเสียงให้แทนคุณ ผม-รัก-คุณ"

 

 

edit @ 13 Nov 2008 19:45:57 by pupu*-*

นิทานสำหรับคนรัก

posted on 13 Nov 2008 09:42 by sukanya155
วันหนึ่งมีชายหญิงคู่หนึ่งพึ่งรักกัน ทั้งคู่รักกันมาก
ผู้ชายให้สัญญากับผู้หญิงว่า ผมจะรักคุณตลอดไป
ผู้หญิงจึงบอกกลับว่า ฉันเชื่อคุณ และจะรักคุณอย่างที่รักฉันให้ดีที่สุด
ทั้ง 2 คบกันไปชั่วในระยะเวลาหนึ่ง

ในระหว่างที่ 2 คนได้เดินจับมือกันอยู่ในสวนสาธารณะนั้น
ได้มี นางฟ้าตนหนึ่ง ปรากฎกายลงมา พร้อมกับบอกว่า
"ท่านทั้ง 2 มีความรัก บริสุทธิ์ต่อกัน เราอยากจะให้ท่าน ได้เห็นอนาคตของท่านทั้ง 2"
ชายหญิงคู่นั้น จับมือกันไว้แน่นและรู้สึกดีใจที่ความรักของเค้าและเ ธอ
ถึงขนาดนางฟ้ามาให้พร นางฟ้าจึงพูดขึ้นว่า "ท่านจะดูอนาคตของท่านทั้ง 2 นับตั้งแต่นี้หรือไม่"
ชายและหญิงคู่รักมองตากัน แล้วตอบพร้อมกันว่า "เราทั้ง 2 ไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน"
นางฟ้าได้ยินดังนั้น จึงเสก ของออกมาเป็นซีดี 2 แผ่นให้ทั้งคู่ไปดูอนาคต.......................
ที่บ้านของหญิงสาว หญิงสาวค่อยๆ ควักแผ่นซีดีที่ได้จากนางฟ้า ใส่ลงในเครื่องเล่นซีดี

ในภาพเห็น ในภาพแรกเธอและแฟนของเธอแต่งงานกัน เธอยิ้มแก้มปริมีความสุขอย่าง
บอกไม่ถูก ในภาพหลังๆ หญิงสาวได้เห็นว่า มีรูปของแฟนเธอคบชู้ เธอนั่งร้องไห้ เสียใจ
ทันใดนั้น มีเสียงประตูเคาะขึ้นที่ห้องของเธอ เธอรีบปิดเครื่องวีซีดี และซับน้ำตา

รีบไปเปิดประตู ปรากฎว่าเป็นแฟนของเธอเอง
แฟนเธอยิ้ม แต่เธอโมโหจึงตบหน้าเค้าอย่างแรง
และปิดประตูโดยที่ฝ่ายชายงง ๆ เธอนอนร้องไห้ถึงอนาคตที่จะต้องเกิดเช่นในวีซีดีนั้น
หลังจากนั้น เธอพยายามหนีหน้าชายคนรักของเธอ โดยที่ผู้ชายก็ตามง้อยกใหญ่โดยผู้ชาย
ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร เธอพยายามหาทางเลิกกับผู้ชาย จนสำเร็จ
จนวันหนึ่ง ได้มีเสียงเคาะประตู เธอเปิดประตู

แต่ทันใดนั้นคนที่เคาะประตูก็หันหลังจนลับตาไปเสียแล ้ว เธอจำได้ดีถึงแผ่นหลังของ
อดีตชายที่ตัวเองรัก เธอมองลงพื้น พบซีดีอีกแผ่นหนึ่งของที่นางฟ้าได้ให้ผู้ชาย.....
เธอนำซีดีแผ่นนี้ไปเปิดอีกครั้ง พบภาพ ที่เหมือนกันคือภาพที่ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างมีความส ุข
แต่ภาพหลังจาก แต่งงานคือ ภาพที่เธอมีชู้กับผู้ชายคนใหม่
โดยมีแฟนของเธอร้องไห้อยู่ข้างๆ .......
เธอน้ำตาไหลและปิดวีดิโออย่างช้าๆ .... เธอค่อยๆ เปิดจดหมายที่แนบมากับซีดีนี้อ่าน

ข้อความเขียนว่า "ผมไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน ขอบคุณแม้ผมจะเชื่อใน
คุณฝ่ายเดียวก็ตาม... ลาก่อน"

.................................................. ...............................

คำว่าเชื่อใจเท่านั้น ที่ทำให้ คนทั้ง 2 คน คบกันอย่างมีความสุข

แล้วคุณละเชื่อใจคนรักของคุณมากแค่ไหน ?